2026.08.11 | HOW TO

คู่มืออ่านค่าสายตา ฉบับเข้าใจง่าย ตรวจวัดฟรีที่ OWNDAYS

อ่านค่าสายตา

การเลือกตัดแว่นตาสักอันให้คมชัดและสบายตาเป็นธรรมชาตินั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกที่มองข้ามไม่ได้คือการทำความเข้าใจกับรายละเอียดในใบรายงานค่าสายตาของตัวเอง หลายคนมักจะรู้สึกสับสนกับตัวเลขและสัญลักษณ์สากลทางจักษุวิทยาที่ดูซับซ้อน ทว่าหากได้เรียนรู้ความหมายของตัวย่อต่าง ๆ อย่างถูกวิธี ตัวเลขเหล่านี้จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การเลือกโครงสร้างเลนส์และกรอบแว่นตาชิ้นใหม่เป็นเรื่องที่ง่ายและตรงใจมากยิ่งขึ้น

ใบค่าสายตาคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อทัศนวิสัย

อ่านค่าสายตา

ใบรายงานค่าสายตาคือเอกสารทางการแพทย์ที่แสดงถึงระดับความสามารถในการหักเหแสงของเลนส์ตาและการมองเห็นในปัจจุบัน ซึ่งจักษุแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะระบุรายละเอียดของปัญหาดวงตาเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง โดยข้อมูลเหล่านั้นจะถูกแยกสัดส่วนระหว่างดวงตาข้างขวา (ระบุด้วยตัวย่อ RE หรือ OD) และดวงตาข้างซ้าย (ระบุด้วยตัวย่อ LE หรือ OS) ไว้อย่างชัดเจน เพื่อนำไปใช้เป็นดัชนีอ้างอิงในการออกแบบแว่นสายตาให้สามารถสนับสนุนทัศนวิสัยที่เคลียร์ใสและสมดุลที่สุดให้กับดวงตาทั้งสองข้าง โดยส่วนประกอบหลักที่ปรากฏอยู่บนตารางสรุปผล มีดังนี้

1. Sphere (SPH) ตัวเลขรายงานพิกัดปัญหาสายตาสั้นและสายตายาว

ช่องสัญลักษณ์ SPH เป็นตัวบ่งบอกถึงปริมาณกำลังของเลนส์ (หน่วยวัดเป็น Diopter) ในการแก้ไขปัญหาสายตามองไกล โดยหากตัวเลขมีเครื่องหมายลบ (-) อยู่ด้านหน้า มักจะสือถึงสภาวะสายตาสั้น ซึ่งมักพบได้บ่อยในกลุ่มคนวัยเรียนและวัยทำงาน แต่ถ้าตัวเลขมีเครื่องหมายบวก (+) หรือไม่มีเครื่องหมายใด ๆ กำกับ อาจสื่อถึงสภาวะสายตายาวโดยกำเนิด ยิ่งตัวเลขมีพิกัดห่างจากเลขศูนย์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงว่าคุณต้องการกำลังเลนส์ในการช่วยโฟกัสภาพมากขึ้นเท่านั้น

2. Cylinder (CYL) และ AXIS สองดัชนีชี้วัดสภาวะค่าสายตาเอียง

สำหรับผู้ที่มีโครงสร้างความโค้งของกระจกตาในแต่ละแนวองศาไม่เท่ากัน บนใบรายงานค่าสายตาจะมีการระบุค่าในช่อง CYL ซึ่งเป็นกำลังเลนส์ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาเอียง โดยจะแสดงผลควบคู่ไปกับช่อง AXIS เสมอ ซึ่งค่า AXIS คือแนวแกนองศาของสายตาเอียงที่มีพิกัดตั้งแต่ 1 ถึง 180 องศา เพื่อระบุว่าดวงตามีการเอียงไปในทิศทางใด ทำให้ช่างสามารถวางจุดโฟกัสเลนส์ให้สอดคล้องกับแกนสายตา ป้องกันการมองเห็นเงาซ้อนและภาพบิดเบี้ยวได้อย่างแม่นยำ

3. Add (Addition) กำลังขยายเลนส์เพิ่มเติมของสายตายาวตามวัย

เมื่อร่างกายก้าวเข้าสู่วัยประมาณ 40 ปีขึ้นไป เลนส์ตาตามธรรมชาติจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นในการเพ่งระยะใกล้ บนใบตรวจค่าสายตาจึงต้องมีการระบุค่ากำลังขยายเพิ่มเติมในช่อง ADD ตัวเลขส่วนนี้จะเป็นเครื่องหมายบวก (+) เสมอ โดยมีค่าตั้งแต่ +0.75 ไปจนถึง +3.00 ซึ่งเป็นกำลังหักเหแสงที่ใส่เพิ่มเข้าไปที่ครึ่งล่างของเลนส์เพื่อช่วยชดเชยกำลังเพ่ง ทำให้สามารถกลับมาอ่านหนังสือหรือมองหน้าจอ Smartphone ในระยะใกล้ได้อย่างผ่อนคลายยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องยื่นแขนออกไปไกล ๆ

4. Prism และค่า PD ระยะห่างกึ่งกลางรูม่านตาเพื่อลดภาพซ้อน

สัญลักษณ์ Prism มีไว้สำหรับผู้ใช้งานที่มีสภาวะกล้ามเนื้อตาทำงานไม่สัมพันธ์กันจนมองเห็นวัตถุแยกออกเป็นสองชิ้น เลนส์ปริซึมจะช่วยรวมภาพจากตาทั้งสองข้างให้เป็นภาพเดียว นอกจากนี้ยังมีค่าสำคัญอย่าง PD (Pupillary Distance) ซึ่งคือระยะห่างระหว่างจุดกึ่งกลางรูม่านตาทั้งสองข้าง มีหน่วยวัดเป็นมิลลิเมตร ค่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการประกอบแว่นตา เพื่อให้ช่างสามารถฝนเลนส์และวางพิกัด Center ของเลนส์หักเหแสงให้ตรงกับจุดตาดำจริงของผู้สวมใส่มากที่สุด

เคลียร์ชัดข้อสงสัย ค่าสายตาตัดแว่น ทำไมไม่เท่าคอนแทคเลนส์

อ่านค่าสายตา

หลายคนมักเกิดความสับสนเมื่อพบว่า ตัวเลขค่าสายตาที่ใช้สำหรับสั่งซื้อเลนส์สัมผัสหรือ Contact Lens มีปริมาณน้อยกว่าตัวเลขที่ใช้ในการตัดแว่นตา สาเหตุเชิงโครงสร้างเกิดจาก "ระยะห่างระหว่างเลนส์กับกระจกตา" โดย Contact Lens จะสวมใส่ชิดติดผิวเนื้อกระจกตาโดยตรง ในขณะที่ตัวเลนส์ของแว่นตาจะมีช่องว่างห่างจากดวงตาออกมาประมาณ 12 มิลลิเมตร (Vertex Distance) ความแตกต่างของระยะทางนี้ทำให้กำลังการหักเหของแสงแปรเปลี่ยนไป

ดังนั้น ในผู้ใช้งานที่มีระดับสายตาสั้นตั้งแต่ 400 หรือ -4.00 Diopter ขึ้นไป จึงจำเป็นต้องคำนวณปรับลดทอนตัวเลขกำลังเลนส์สำหรับ Contact Lens ลง เพื่อให้ได้ความมึนงงที่น้อยลงและได้มุมมองที่สบายตา สวมใส่ได้อย่างเหมาะสม

เจาะลึกขั้นตอนพรีเมียมในกระบวนการตรวจวัดระบบสายตา

เพื่อให้ได้ข้อมูลรายงานสภาวะดวงตาที่สมบูรณ์แบบและเที่ยงตรงที่สุด กระบวนการตรวจวัดค่าสายตาระดับพรีเมียมจึงต้องผ่านขั้นตอนที่ละเอียดและได้มาตรฐานสากล ดังนี้

  • การวิเคราะห์ประวัติและแว่นเดิม : ตรวจสอบพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับการเช็กค่ากำลังเลนส์จากแว่นตาอันเก่าเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลเปรียบเทียบ
  • การตรวจวัดด้วยระบบคอมพิวเตอร์ : ใช้เครื่องมือตรวจวัดอัตโนมัติเพื่อประเมินค่าความโค้งกระจกตาและกำลังหักเหแสงเบื้องต้น
  • การทดสอบอย่างละเอียดด้วย Snellen Chart : ตรวจสอบความคมชัดในการอ่านตัวเลขทีละข้างและพร้อมกันสองข้างในระยะมาตรฐาน 6 เมตร
  • การตรวจประเมินสภาวะกล้ามเนื้อตาและการเพ่ง : วิเคราะห์การทำงานร่วมกันของดวงตาทั้งสองเพื่อหาค่าชดเชยที่สมดุล ป้องกันภาวะเลนส์ตาเพ่งค้าง
  • การทดลองสวมใส่เลนส์ตัวอย่าง (Trial Lens) : ให้ผู้เข้ารับการตรวจได้สวมใส่เลนส์ตามค่าจริง พร้อมฝึกทำกิจกรรม เดิน หรือมองระยะต่าง ๆ เพื่อทดสอบความสบายตา
  • การวัดค่าพารามิเตอร์และส่งมอบใบรายงาน : คำนวณระยะห่างจุดกึ่งกลางตาและความเทของหน้าแว่น พร้อมสรุปผลสรุปข้อมูลสายตาที่ถูกต้องให้แก่ผู้ใช้งาน

เลือกสรรกรอบแว่นตาและตรวจเช็กค่าสายตา แม่นยำที่ OWNDAYS

เมื่อทำความเข้าใจกับระบบตัวเลขเรียบร้อยแล้ว การสวมใส่แว่นตาที่สมบูรณ์แบบจะต้องเริ่มต้นจากการตรวจวัดข้อมูลที่แม่นยำ ที่ OWNDAYS พร้อมเปิดให้บริการตรวจวัดค่าสายตาอย่างละเอียดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดำเนินการโดยพนักงานผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมทักษะตามมาตรฐานญี่ปุ่นและเครื่องมือที่ทันสมัย หลังจากทราบผลแล้ว สามารถสนุกไปกับการเลือกสรรกรอบแว่นสายตาดีไซน์ Minimal ที่มีให้เลือกมากกว่า 1,500 แบบได้อย่างอิสระโดยไม่มีความกดดันจากพนักงาน และด้วยระบบราคาเบ็ดเสร็จ (Simple Price) ที่เห็นบนกรอบแว่น เริ่มต้นเพียง 1,990 บาท รวมเลนส์มัลติโค้ทย่อบาง Aspheric คุณภาพสูงเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาสายตาสั้นหรือเอียงมากแค่ไหน ก็มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการบวกค่าเลนส์เพิ่ม พร้อมการันตีความรวดเร็วด้วยบริการตัดแว่นด่วนที่พร้อมส่งมอบแว่นตาคู่ใหม่ให้รับกลับบ้านได้ทันทีภายใน 20 นาทีหลังวัดสายตาเสร็จสิ้น

สรุปการอ่านใบค่าสายตา เพื่อการเลือกซื้อแว่นตาที่สมบูรณ์แบบ

บทสรุปของการเรียนรู้วิธีอ่านข้อมูลค่าสายตา ไม่ว่าจะเป็นค่า SPH, CYL, AXIS หรือ ADD ล้วนเป็นดัชนีสำคัญที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจสภาวะดวงตาของตนเองได้อย่างถ่องแท้ เพื่อนำไปใช้เลือกซื้อเลนส์และกรอบแว่นตาที่สามารถช่วยปรับแต่งและส่งเสริมการมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากต้องการความมั่นใจในความถูกต้องของผลตรวจและการบริการที่เป็นเลิศ สามารถเดินทางมาเข้ารับการปรึกษาและตรวจวัดสายตาฟรีได้ที่ OWNDAYS ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมวิสัยทัศน์และการมองเห็นที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าสายตา

ตัวเลขค่าสายตาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ นำไปใช้ตัดแว่นได้ทันทีไหม

ไม่สามารถนำไปใช้ตัดแว่นตาได้ทันที เนื่องจากตัวเลขจากเครื่องคอมพิวเตอร์อัตโนมัติเป็นเพียงการประเมินค่าคร่าว ๆ เท่านั้น บ่อยครั้งที่ค่าอาจคลาดเคลื่อนจากภาวะเลนส์ตาเพ่งค้าง จึงจำเป็นต้องผ่านการทดสอบด้วยเลนส์ลอง (Trial Lens) จากผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วยเสมอ

หากปล่อยให้ค่าสายตาสองข้างไม่เท่ากันนาน ๆ จะส่งผลเสียอย่างไร

การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการตรวจเช็กจะทำให้สมองเลือกรับภาพจากตาข้างที่ชัดกว่าเพียงข้างเดียว ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาข้างที่มัวอ่อนล้าลงเรื่อย ๆ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุร่วมที่นำไปสู่อาการปวดหัว ตาพร่า สูญเสียความสามารถในการกะระยะความลึก และเสี่ยงต่อการเกิดสภาวะตาขี้เกียจ (Amblyopia) ในระยะยาว

เราควรวางแผนเดินทางไปตรวจวัดค่าสายตาบ่อยแค่ไหนในหนึ่งปี

จากข้อแนะนำทั่วไปของผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา สำหรับวัยผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดวงตาปกติ แนะนำให้วางแผนเดินทางมาตรวจเช็กค่าสายตาเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่หากเป็นกลุ่มเด็ก วัยรุ่น หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน หรือเริ่มมีสายตายาวตามอายุ ควรเข้ารับการตรวจเช็กทุก ๆ 6 เดือน เพื่อติดตามความเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด

Back to All Tips
TOP

TOP