2026.08.11 | HOW TO

วิธีดูแลสภาวะใส่แว่นแล้วพื้นลอย เพื่อการปรับตัวที่สบายตาขึ้นที่ OWNDAYS

ใส่แว่นแล้วพื้นลอย

อาการไม่พึงประสงค์ที่ทำให้หลายคนปฏิเสธการสวมแว่นตาตัวใหม่มักหนีไม่พ้นภาวะใส่แว่นแล้วพื้นลอย มองเห็นสิ่งแวดล้อมรอบตัวบิดเบี้ยว และรู้สึกคลื่นไส้วิงเวียนศีรษะ ปัญหาเหล่านี้อาจบรรเทาลงได้ด้วยความเข้าใจในโครงสร้างกายภาพและการตรวจวัดอย่างมีมาตรฐาน การสืบหาต้นตออย่างใส่ใจร่วมกับการปรับจูนที่เหมาะสม จะช่วยให้การปรับตัวของดวงตาและสมองดีขึ้น เปลี่ยนมุมมองใหม่ให้กลับมาเรียบตรง คมชัด เป็นธรรมชาติในทุกย่างก้าว

เจาะลึกสาเหตุที่ 1 เกิดจากความซับซ้อนของค่าสายตาเฉพาะบุคคล

ใส่แว่นแล้วพื้นลอย

โครงสร้างและการรับรู้ทางระบบประสาทตาของแต่ละบุคคลมีความซับซ้อนและระดับความเซนซิทีฟ (Sensitive) ที่ไม่เท่ากัน ปัญหาใส่แว่นแล้วพื้นลอย ในกลุ่มแรกจึงมักมีจุดเริ่มต้นมาจากลักษณะความผิดปกติของสายตาที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ดังนี้

1. ปัญหาค่าสายตาสองข้างต่างกันมากทำให้ขนาดภาพไม่เท่ากัน

ในผู้ใช้งานที่มีค่าสายตาสองข้างเหลื่อมล้ำกันค่อนข้างมาก เมื่อสวมแว่นตาที่มีกำลังหักเหแสงต่างกัน เลนส์เว้าที่มีความหนามากกว่าจะทำให้สมองรับรู้ขนาดของภาพจากตาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน โดยตาข้างที่สั้นมากกว่าจะมองเห็นภาพมีขนาดเล็กกว่าความเป็นจริง เมื่อลืมตาพร้อมกันสองข้าง สมองจะเกิดความสับสนในการรวมภาพ นำมาซึ่งสภาวะใส่แว่นแล้วพื้นลอย และเห็นภาพซ้อนในที่สุด

2. สภาวะสายตาเอียงที่ส่งผลต่อการหักเหแสงมากกว่าหนึ่งแกน

ปัญหาเรื่องสายตาเอียงเป็นรูปแบบสายตาที่มีความ sensitive ต่อมุมมองภาพสูงมาก เนื่องจากมีการหักเหของแสงมากกว่าหนึ่งแกนโฟกัสลงบนจอประสาทตา การจ่ายเลนส์แก้ไขจึงต้องอาศัยความแม่นยำขององศาแกนเอียงอย่างถึงที่สุด หากการคำนวณตำแหน่งองศาคลาดเคลื่อนไปเพียงนิดเดียว อาจส่งผลให้ผู้สวมใส่รู้สึกทันทีว่าใส่แว่นแล้วพื้นลอย หรือมองเห็นขอบประตูและเส้นผนังมีลักษณะเบี้ยวเอียงผิดเพี้ยนไป

3. การจ่ายค่าสายตาที่เพิ่มขึ้นจากเดิมจนภาพเข้มคมชัดเกินไป

เมื่อมีการขยับปรับตัวเลขกำลังเลนส์เพิ่มขึ้นจากแว่นตาอันเก่า แม้จะขยับขึ้นเพียงแค่ 1 Step (0.25 Diopter) ระบบประสาทตาก็สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน ความคมชัดและความเข้มของภาพที่ตัดกับแสงรอบตัวอย่างรุนแรงกะทันหัน จะกระตุ้นให้กล้ามเนื้อตาต้องปรับการโฟกัสใหม่ ส่งผลให้ในช่วงสัปดาห์แรกเกิดอาการตึงตา มึนหัว และพบสภาวะใส่แว่นแล้วพื้นลอย ได้ง่ายกว่าปกติ

เจาะลึกสาเหตุที่ 2 ค่าพารามิเตอร์คลาดเคลื่อนบนโครงกรอบแว่นตา

นอกจากปัจจัยภายในดวงตาแล้ว โครงสร้างของตัวแว่นและพิกัดการวัด Parameter ที่ไม่ตรงตามสรีระใบหน้าจริงของผู้ใช้งาน ก็นับเป็นตัวการสำคัญที่อาจทำให้เกิดปัญหาสภาวะใส่แว่นแล้วพื้นลอย โดยสามารถแจกแจงข้อผิดพลาดได้ดัง

1. จุดกึ่งกลางตาดำคลาดเคลื่อนไม่ตรงจุดศูนย์กลางแสงของเลนส์

การวัดระยะห่างกึ่งกลางรูม่านตาหรือค่า PD (Pupillary Distance) ที่ขาดความแม่นยำ จะส่งผลให้จุด Center ของเลนส์แว่นตาไม่ตรงกับตำแหน่งตาดำจริงในขณะสวมใส่ การมองผ่านเลนส์ที่เยื้องศูนย์จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Prism Effect ซึ่งแสงจะหักเหผิดทิศทาง ทำให้ระบบสมองแปลผลตำแหน่งวัตถุผิดเพี้ยนไป สวมใส่แล้วไม่สบายตา และอาจนำไปสู่อาการใส่แว่นแล้วพื้นลอย อย่างรุนแรง

2. ระยะห่างจากกระจกตาถึงผิวเลนส์ชิดหรือห่างเกินเกณฑ์มาตรฐา

ค่า CVD (Cornea Vertex Distance) หรือระยะห่างระหว่างกระจกตากับผิวเลนส์ด้านหลัง ต้องมีความพอดีตามเกณฑ์มาตรฐาน หากแว่นตาหลวมจนไหลตกลงมาอยู่ห่างจากดวงตามากเกินไป กำ กําลังหักเหแสงลบจะลดลงทำให้มองภาพไม่ชัด แต่หากแว่นตาแน่นจนชิดติดดวงตาเกินไป กำลังเลนส์ลบจะเพิ่มขึ้นจนภาพชัดเข้มเกินขนาด ส่งผลให้ระนาบการมองเห็นเปลี่ยนไปและเกิดอาการใส่แว่นแล้วพื้นลอย

3. มุมเทหน้าแว่นและค่าความโค้งของตัวกรอบแว่นตาไม่สมดุล

ระนาบหน้าแว่นที่ไม่ได้สัดส่วน ไม่ว่าจะเป็นมุมเทหน้าแว่น (Pantoscopic Tilt) ที่คว่ำหรือหงายมากเกินไป หรือความโค้งของตัวกรอบ (Wrap Angle) ที่แอ่นออกไม่รับกับสรีระใบหน้า จะส่งผลให้แสงเดินทางผ่านเนื้อเลนส์ในองศาที่ผิดเพี้ยน เกิดการบิดเบือนของภาพรอบข้าง ทำให้ผู้สวมใส่มองเห็นพื้นผิวดูเอียง มีสภาวะใส่แว่นแล้วพื้นลอย และอาจทำให้เกิดอาการเวียนหัวตามมา

เจาะลึกสาเหตุที่ 3 การเลือกโครงสร้างเลนส์สายตาที่ไม่ตอบโจทย์

ประเภทของเลนส์แว่นตาที่เลือกใช้มีโครงสร้างการผลิตที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหากเลือกใช้งานเลนส์ที่ไม่เหมาะสมกับพฤติกรรมหรือระดับความลึกของปัญหาสายตา ก็อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะใส่แว่นแล้วพื้นลอยได้เช่นกัน

1. เลนส์ชั้นเดียวแบบทั่วไปที่มีภาพบิดเบือนบริเวณขอบเลนส์

การเลือกใช้งานเลนส์ชั้นเดียวแบบขัดทั่วไปหรือ Spherical Lens มักจะมีข้อจำกัดตรงที่บริเวณพื้นที่รอบขอบเลนส์จะเกิดภาพบิดเบือนได้ง่าย สำหรับผู้ที่มีค่าสายตาสูงหรือมีความ sensitive สูง เวลาเหลือบตาลงต่ำหรือมองออกไปด้านข้างจะรับรู้ถึงสัดส่วนภาพที่ผิดธรรมชาติ รู้สึกตึงเครียดที่ดวงตา และมีอาการใส่แว่นแล้วพื้นลอย เกิดขึ้นในระหว่างการเคลื่อนไหว

2. เลนส์หลายระยะที่ต้องอาศัยทักษะความคุ้นชินในการมองโซนภาพ

สำหรับเลนส์ที่มีการไล่ Step ค่าสายตาหลายระยะในแผ่นเดียว เช่น เลนส์เฉพาะทางหรือเลนส์ Progressive หากผู้สวมใส่ยังขาดทักษะความชำนาญแล้วเผลอมองผิดโซนภาพ แสงที่หักเหผ่านโครงสร้างเลนส์ด้านข้างที่เป็นโซนภาพบิดเบือน (Aberration) จะส่งผลต่อระบบการทรงตัวทันที ทำให้ภาพดูลอย ๆ วิงเวียนศีรษะ และเกิดอาการใส่แว่นแล้วพื้นลอย ในช่วงแรกของการใช้งาน

บอกลาปัญหาใส่แว่นแล้วพื้นลอย ด้วยมาตรฐานญี่ปุ่นที่ OWNDAYS

ใส่แว่นแล้วพื้นลอย

การดูแลและลดความเสี่ยงปัญหาสภาวะใส่แว่นแล้วพื้นลอย จำเป็นต้องอาศัยการตรวจวัดที่ละเอียดและเป็นมืออาชีพ ที่ OWNDAYS เราพร้อมให้บริการตรวจวัดสายตาและคำนวณค่า Parameter หน้าแว่นอย่างแม่นยำด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย โดยพนักงานผู้เชี่ยวชาญจะทำการปรับดัดตัวกรอบแว่นตาให้กระชับพอดีกับรูปหน้าของแต่ละบุคคลก่อนการวัดค่าทุกครั้ง เพื่อป้องกันแว่นไหลตกรวมถึงมุมเทที่คลาดเคลื่อน

มอบความอุ่นใจด้วยโครงสร้างเลนส์ Aspheric คุณภาพสูงมาตรฐานญี่ปุ่นที่มีความโค้งแบน บางเบา มีส่วนช่วยลดภาพบิดเบือนรอบขอบเลนส์ได้อย่างดีเยี่ยม สวมใส่สบายตา หน้าแว่นไม่หนาเตอะ พร้อมมีกรอบแว่นดีไซน์ Minimal ให้เลือกมากกว่า 1,500 แบบ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,990 บาท และตอบโจทย์วันเร่งรีบด้วยบริการตัดแว่นด่วนที่พร้อมส่งมอบแว่นสายตาอันสมบูรณ์แบบให้รับกลับไปใช้งานได้ทันทีภายใน 20 นาทีหลังวัดสายตาเสร็จสิ้น

สรุปเกณฑ์การปรับตัวและแนวทางแก้ไขอาการพื้นลอยอย่างถูกวิธี

สรุปภาพรวมได้ว่า สภาวะใส่แว่นแล้วพื้นลอย ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกถือเป็นเกณฑ์การปรับตัวตามธรรมชาติของดวงตาและสมองในการเรียนรู้พิกัดภาพใหม่ หากสวมใส่แว่นตาอย่างต่อเนื่องแล้วอาการค่อย ๆ ทุเลาลงถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่หากทดลองปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอเกินกว่า 2 สัปดาห์แล้วยังมีอาการตึงตา ภาพลอย หรือเวียนหัวไม่หาย ไม่ควรฝืนทนปล่อยทิ้งไว้ แนะนำให้เข้ารับการตรวจเช็กสายตาและปรับแต่งทรงแว่นตากับผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบความคลาดเคลื่อนของค่าสายตาและรูปทรงกรอบแว่น พร้อมทำการปรับแต่งให้อยู่ในจุดที่สมดุลและมอบทัศนวิสัยที่สบายตาเป็นธรรมชาติที่สุดให้กับคุณ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใส่แว่นแล้วพื้นลอย

สภาวะใส่แว่นแล้วพื้นลอย ต้องใช้เวลาปรับสายตานานกี่สัปดาห์

โดยปกติแล้ว หลังจากเปลี่ยนแว่นตาอันใหม่ ดวงตาและสมองจะใช้เวลาในการเรียนรู้และรับมือกับสภาวะใส่แว่นแล้วพื้นลอย เฉลี่ยประมาณ 1-2 สัปดาห์โดยประมาณ การสวมใส่แว่นตาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้เร็วยิ่งขึ้น

อาการมองเห็นขอบประตูเบี้ยวร่วมกับพื้นลอย เกิดจากปัจจัยใด

อาการดังกล่าวส่วนใหญ่อาจมีปัจจัยมาจากค่าสายตาเอียงที่เพิ่มขึ้น หรือเกิดจากแกนองศาของเลนส์สายตาเอียง (Axis) บนหน้าแว่นมีความคลาดเคลื่อนไปจากแกนสายตาจริง ส่งผลให้แสงหักเหผิดทิศทางจนเห็นวัตถุเส้นตรงกลายเป็นเส้นโค้งเบี้ยว

นวัตกรรมเลนส์โค้งแบนช่วยบรรเทาอาการพื้นลอยได้จริงหรือไม่

มีส่วนช่วยบรรเทาได้ เนื่องจากการเลือกใช้เลนส์โครงสร้างโค้งแบนด้านเดียว (Aspheric Lens) มีคุณสมบัติช่วยลดทอนการบิดเบี้ยวของภาพและสิ่งแวดล้อมบริเวณขอบเลนส์ลงได้อย่างมาก ภาพที่ส่งผ่านไปยังสมองจึงมีความสมจริงใกล้เคียงตาเปล่า ส่งผลให้ลดอาการใส่แว่นแล้วพื้นลอย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลับไปยังบทความทั้งหมด
TOP

TOP